-
กลับไปหน้าแรกข่าว  ‘สมคิด’ควรบริหารบ้านเมืองหรือ? / โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย

‘สมคิด’ควรบริหารบ้านเมืองหรือ? / โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 พล.อ.ประยุทธ์แนะเกษตรกรลดพื้นที่ปลูกยาง โดยเปลี่ยนมาปลูกพืชชนิดอื่น เช่น ทุเรียนและมังคุดแทน นอกจากนี้ยังมีข่าวนายกฯสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ปัญหายางทั้งระบบ โดยชะลอกรีดยางและลดพื้นที่ปลูก (3 ธันวาคม 2560) ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าทางราชการเข้าใจผิดด้านการตลาดบางประการ สินค้าที่เป็น Niche Market หรือสินค้าที่มีความแตกต่างออกไป จึงจะเป็นสินค้าที่ลูกค้าสนใจ เพราะเป็นการเริ่มต้นจำนวนน้อยจึงยังไม่มีคู่แข่งหรือมีคู่แข่งจำกัด กรณี “หมามุ่ย” แม้สถานการณ์ตลาดจะดี แต่ก็เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เป็นไปไม่ได้ที่ชาวนาทั้งมวลหรือใครจะมาปลูกหมามุ่ยแทนข้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ขณะที่หมามุ่ยถือเป็นข้อยกเว้น และคงไม่ใช่สรณะ (Exception cannot be made rule/norm) เพราะจำนวนลูกค้าจำกัด สินค้าอุปโภคบริโภคกับสินค้าเฉพาะทางคงทดแทนกันไม่ได้ ส่วนกล้วยหอมทองปรากฏว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น อำเภอท่าชนะเคยมีสินค้าโอท็อปคือกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออก ตั้งอยู่เลขที่ 195/264 หมู่ที่ 6 ตำบลคลองพา อำเภอท่าชนะ โดยกลุ่มแม่บ้านรวมกันเองในหมู่บ้าน มีสมาชิกทั้งหมด 52 คน และได้เลือกคณะกรรมการบริหารกลุ่มโดยดำเนินการมานับสิบปีแล้ว สมาชิกแต่ละคนนำผลผลิตมารวมที่กลุ่มเพื่อเตรียมส่งออกไปญี่ปุ่น ขณะที่อาชีพหลักคือการทำสวนยางพารา การปลูกกล้วยหอมทองทำเป็นอาชีพเสริม จะทดแทนอาชีพหลักคงไม่ได้ การแนะนำประชาชนไปในแนวทางเดียวกันแบบนี้เป็นการสร้างความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแสดงถึงความไม่รู้จริงของทีมงานนายกฯ ทำให้นายกฯเสนอแนะไปอย่างไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ขณะที่มีข่าวว่า พล.ประยุทธ์พูดว่า “ไม่อยากให้ราคายางเป็นเรื่องการเมือง” แต่ทำไมในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงมีคนเอาเรื่องยางมาทำเป็นเรื่องการเมืองเพื่อขับไล่รัฐบาล ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ถ้าคิดในอีกแง่หนึ่งว่า หากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังบริหารอยู่คงมีการแก้ไขปัญหายางอย่างยั่งยืนตั้งแต่ครั้งนั้น ไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหารายวันด้วยการปิดถนน ชัตดาวน์ ฯลฯ เอาปัญหาปากท้องมาเป็นประเด็นทางการเมือง ป่านนี้ประเทศไทยคงพัฒนาไปไกลแล้ว

ที่มา : http://www.lokwannee.com/web2013/?p=290555

วันที่ 7 ธ.ค. 60