-
กลับไปหน้าแรกเว็บบอร์ด  สินค้าที่ขายดีและที่ขายไม่ดีพึงระวัง

 สินค้าที่ขายดี และน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่ควรพัฒนาต่อไปในอนาคต แต่พึงระวัง หากพัฒนากันมาก ๆ ก็อาจกลายเป็นภาวะล้นตลาด ได้แก่สินค้าดังต่อไปนี้:อาคารชุดพักอาศัยราคา 1-2 ล้านบาท ย่านบางพลัด (ทำเล L3) ขายดีมาก เดือนหนึ่งขายถึง 88% ของทั้งหมด คือขายได้เกือบหมดใน 1 เดือนที่เปิดขาย
          อาคารชุดพักอาศัยราคา 10-20 ล้านบาท ย่านปทุมวัน (ทำเล I2) แม้จะมีราคาสูงมากถึงตารางเมตรละตั้งแต่ 150,000 บาทขึ้นไป แต่ก็ขายได้ถึง 85% ต่อเดือน แสดงว่าจะขายหมดในเวลาไม่เกิน 2 เดือนเท่านั้น  ยิ่งกว่านั้นในย่านเดียวกัน สำหรับอาคารชัดพักอาศัยราคา 5-10 ล้านบาท ก็ขายได้เดือนละถึง 66% ซึ่งแสดงว่าจะขายหมดในเวลาไม่เกิน 2 เดือนเช่นกัน
          อาคารชุดพักอาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ย่านเจ้าคุณทหาร (ทำเล E6) ก็ขายได้เดือนละ 55% หรือราว 600 หน่วยต่อเดือน ทั้งนี้คงเป็นเพราะราคาถูกเป็นพิเศษ
          ในย่านลาดพร้าว-มัยราบ (ทำเล D4) ยังมีห้องชุดราคา 1-2 ล้านบาท และ 2-3 ล้านบาทขายได้เดือนหนึ่งประมาณ 40% แสดงว่าภายในเวลา 3 เดือน สินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาดก็หมดแล้ว
          จะเห็นได้ว่าอันดับสินค้าขายดีส่วนใหญ่เป็นโครงการอาคารชุดพัก อาศัย แต่ที่เป็นสินค้าอื่น ก็มี เช่น ตึกแถว หรืออาคารพาณิชย์ ราคา 5-10 ล้านบาทท ในย่านประชาอุทิศ ฝั่งธนบุรี (ทำเล J2) ก็ขายได้เดือนละ 25% หรือทาวน์เฮาส์ ราคา 2-3 ล้านบาท แถววัชรพล-คู้บอน (ทำเล D5) ก็ขายได้เดือนละ 22% แสดงว่าภายในเวลาไม่เกิน 5-6 เดือน ก็ขายหมดแล้วเช่นกัน
          ในทางตรงกันข้ามอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยที่ขายได้ช้า มากซึ่งพึงระวังว่าจะประสบปัญหา หากมีอุปทานเพิ่มขึ้นมาอีก ได้แก่
          บ้านเดี่ยวราคา 5-10 ล้านบาทย่านบางนา-ตราด กม.30 ขึ้นไป (ทำเล H9) อาจด้วยที่ระยะทางไกลมาก และสินค้าราคาค่อนข้างสูง จึงแทบขายไม่ได้ในแต่ละเดือน เดือนหนึ่งขายได้ราว 0.2% ของสินค้าที่มี
          บ้านแฝดราคา 3-5 ล้านบาท ย่านไทรน้อย-สุพรรณบุรี (ทำเล N5) ก็ขายได้ช้ามาก เดือนหนึ่งขายได้ราว 0.2% ของสินค้าที่มีเช่นกัน
          ทาวน์เฮาส์ราคา 2-3 ล้านบาท ย่านมหาชัย-เศรษฐกิจ (ทำเล K3) ก็ขายได้ช้า อาจเป็นเพราะในทำเลนั้นมีสินค้าบ้านเดี่ยวที่ราคาใกล้เคียงหรือยังมี ทาวน์เฮาส์ราคาที่ต่ำกว่านี้เสนอขายก็ได้ จึงขายได้เดือนละเพียงราว 0.3% ของสินค้าที่มีอยู่
          อาคาชุดพักอาศัย ราคา 3-5 ล้านบาท แถวเทพลีลา-มหาดไทย (ทำเล F6) ก็อาจตั้งราคาไว้สูงไปสักหน่อย จึงทำให้ขายได้เดือนละราว 0.4% ของสินค้าที่มีอยู่เท่านั้น
          ส่วนย่านบางพลัดที่ อาคารชุดราคา 1-2 ล้านบาทขายได้ดีนั้น หากเป็นราคาแพงคือราคา 5-10 ล้านบาท กลับปรากฏว่าขายได้ช้าเพียงเดือนละประมาณ 0.6% เท่านั้น แสดงว่าย่านนั้นไม่เหมาะที่จะพัฒนาสินค้าราคาแพงเป็นต้น
          อย่างไรก็ตามการขายดีหรือไม่ดีก็ยังขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ประกอบ การด้วย การซื้ออสังหาริมทรัพย์จึงควรพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือและผลงาน ประกอบด้วย
          ดร.โสภณ กล่าวว่าศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เป็นศูนย์ข้อมูลที่เป็นกลางที่สุดในประเทศไทย เพราะไม่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาเป็ฯกรรมการล่วงรู้ข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ส่วนตัวก่อน และจะได้รายงานสถานการณ์เพื่อประโยชน์แก่สังคมได้ทราบในรายละเอียดต่อไป


 
=> 7802